เคล็ดลับการเลือกซื้อเพชร
Picture Credit: www.aboutbuyingdiamonds.com
|
เพชร เป็นเครื่องประดับที่มีคุณค่า และเป็นที่หมายปองของใครหลายๆคนโดยเฉพาะผู้หญิง ถ้าคุณกำลังวางแผนที่จะซื้อเพชร ไม่ว่าจะเป็นแหวนหมั้น แหวนแต่งงาน ต่างหู หรือเครื่องประดับอื่นๆที่ทำจากเพชร สิ่งสำคัญที่คุณควรจะรู้เกี่ยวกับเพชรก็คือปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดราคาของเพชร นั่นก็คือ 4 Cs ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวกำหนดหลักของราคาของเพชรเลยค่ะ 4 Cs ประกอบด้วย Cut (การเจียระไน), Color (สี), Clarity( ความสะอาด) และ Carat (กะรัต).
siamviva.com ขอนำข้อมูล และเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยในการเลือกซื้อแหวนเพชร หรือเพชรให้ได้คุณภาพ ในราคาที่ไม่ต้องจ่ายแพงค่ะ
|
Cut (การเจียระไน)
การเจียระไนเพชรส่งผลต่อความสวยงามของเพชรในด้านการสะท้อนแสง ทั้ง ไฟ (Fire), ประกาย (Brilliancy) และ ความระยิบระยับ (Scintillation) เพชรที่ผ่านการเจียรไน ที่มีสัดส่วนที่สวยงาม และผ่านการขัดเงา (Polish) ที่ดี จะมีการสะท้อนแสง ไฟ ประกาย และความระยิบระยับที่ดี ซึ่งเจียรไนที่เหมาะสมนั้นจะทำให้แสงสะท้อนจากเหลี่ยมด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ส่งผลให้เกิดการกระจายตัวของแสงตรงบริเวณหน้ากึ่งกลางเพชร ทำให้เพชรมีประกายสวยงาม แต่ถ้าการเจียระไนทำไม่ได้สัดส่วน จะทำให้การกระจายของแสงไม่เหมาะสมทำให้เพชรดูหมองๆ ไม่แวว วาวเท่าที่ควรค่ะ คราวนี้เรามาดูกันค่ะว่า เค้าได้แบ่งเกรดการเจียระไนเพชรไว้อย่างไรกันบ้างค่ะ
Picture Credit: www.diamondhelpers.com
| Ideal cut | มีประมาณ 3% ของเพชรที่มีลักษณะการเจียระไนที่ได้ดีขนาดนี้ ซึ่งเพชรที่มีการเจียระไนที่ได้เกรดระดับนี้หาได้ยากมาก |
| Very good cut | ประมาณ 15% ของเพชรที่มีการเจียระไนแบบนี้ ความแวววาวของเพชรใกล้เคียงกับ Ideal cut แต่ราคาจะต่ำกว่า |
| Good cut | ประมาณ 25% ของเพชรที่มีการเจียระไนระดับนี้ มีความแวววาว สะท้อนแสงได้ดี ราคาต่ำกว่า Very good cut |
| Fair cut | ประมาณ 30% ของเพชรที่มีการเจียระไนระดับนี้ ยังจัดว่าเป็นเพชรที่มีคุณภาพพอใช้ ความแวววาวสู้ Good cut ไม่ได้ |
| Poor cut | เป็นเพชรที่มีการเจียระไนคุณภาพต่ำ เพชรจะดูหมองไม่มีประกาย |
เคล็ดลับการเลือก CUT
- แนะนำให้เลือกเพชรคุณภาพเจียรไนอย่างน้อย Good หรือ Very Good CUT
COLOR (สี)
หรือที่คนไทย เรียกว่า น้ำ สีของเพชรมีหลายระดับ ตั้งแต่เหลืองจางๆ หรือเหลือง ไปจนถึงสีที่หายากเช่น สีชมพู ฟ้า เขียว แต่สีของเพชรที่ดีที่สุดคือเพชรที่ไม่มีสีเลย (ไร้สี) เพราะเพชรที่ไม่มีสีจะทำให้แสงผ่านได้ทั่วทั้งตัวเพชรได้ง่าย ซึ่งทำให้แสงที่สะท้อนออกมาสวยงามเหมือนกับแสงสีรุ้งเลยทีเดียวค่ะ
สีของเพชรจัดระดับได้จากเพชรที่ไม่มีสี ไปจนถึงสีเหลืองจางๆ สีเพชรในแต่ละระดับแยกแยะด้วยตาเปล่ายากมากๆ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควรเลยค่ะ สีสูงสุด เริ่มที่น้ำ 100 (D) ไล่ไปเรื่อยๆ เช่น E, F, G, H, I, J (99, 98, 97, 96, 95, 94) โดยสี D-F ถือว่าเป็นเกรดไร้สี (Colorless) และสี G-J ถือว่าเป็นเกรดเกือบไร้สี (Near Colorless) หากมองในแง่ความคุ้มค่า เพชรเกรดเกือบไร้สี น่าจะคุ้มค่าที่สุด เพราะเพชรดูไร้สี เมื่อมองจากด้านหน้าเพชร แทบไม่ต่างจากเพชรเกรดไร้สี (ต้องมองจากด้านข้าง หรือด้านก้นเพชร ถึงจะเห็นติดสีนวลๆเล็กน้อย สำหรับเพชรเกรดเกือบไร้สี)
Picture Credit: www.bluenile.com
| Color Grade | Description |
| D | Absolutely colorless: ใส ไม่มีสีเลย (ไร้สีโดยสิ้นเชิง) เป็นเพชรที่หายากมาก เพชรที่มีสีแบบนี้จัดว่าเป็นเพชรที่เกรดสูงที่สุด |
| E-F | Colorless: ไม่มีสี แต่จริงๆแล้วอาจจะมีสีจางมากๆซึ่งต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านอัญมณีเท่านั้นที่จะสังเกตุเห็น เป็นเพชรที่หายาก |
| G-J | Near-colorless: เกือบไร้สี จัดเป็นเพชรเกรดดี เพราะแทบไม่ต่างจากเพชรเกรดไร้สี เมื่อมองจากด้านหน้าเพชร ต้องมองจากด้านข้าง หรือด้านก้นเพชร ถึงจะเห็นติดสีนวลๆเล็กน้อย สำหรับเพชรเกรดนี้ |
| K-Z | Noticeable color: สีค่อนไปทางเหลือง และมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า |
เคล็ดลับการเลือกสีเพชร
- สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเพชรใส ไร้สี หรือมีงบประมาณสูงมาก ควรเลือกเพชรระดับสี D-F
- อยากประหยัดงบ อาจเลือกเป็นเพชรเกรดเกือบไร้สี (Near Colorless) G-I ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด เพราะเพชรเกรดเกือบไร้สี (Near Colorless) เวลามองจากด้านหน้า ก็ยังดูขาว แทบไม่ต่างจากเพชรไร้สี ยิ่งถ้าเกรดเจียรไนสูงๆ สะท้อนแสงดีๆ แสงที่สะท้อนมาด้านหน้าเพชร จะทำให้เพชรดูขาวขึ้นด้วย ต้องดูจากด้านข้าง หรือด้านหลังเพชร ถึงจะออกนวลเล็กน้อย
CLARITY (ความสะอาด)
CLARITY (ความสะอาด) วัดจากจำนวน และขนาดของตำหนิที่อยู่ในตัวเพชร ซึ่งต้องสังเกตได้โดยใช้แว่นขยายขนาด 10 เท่า หรือจากผู้เชี่ยวชาญ เพชรที่มีตำหนิน้อยจะมีความแวววาวที่ดีกว่า และราคาก็จะสูงกว่า เพชรที่ไม่มีตำหนิเลยหาได้ยากมากค่ะ และแน่นอนราคาแทบจะประมาณค่าไม่ได้เลยค่ะ
Grades ของ ความสะอาดของเพชร (Clarity) โดยทั่วไปคือ V(Very), S (Small or Slightly) และ I (Inclusion) ซึ่งอธิบายง่ายๆได้จากรูปและตารางข้างล่างค่ะ
Picture Credit: www.bluenile.com
| Clarity Grade |
| FL, IF | No internal or external imperfections: ใสสะอาด และไม่มีตำหนิเลย เป็นเพชรที่หาได้ยากมากๆๆ ค่ะ และแน่นอนราคาก็สูงมากๆด้วยค่ะ |
| VVS1, VVS2 | Very, Very Slightly Included: เพชรที่มีความสะอาดดีเยี่ยม มีตำหนิน้อยมากๆ มองไม่เห็นตำหนิเลย จัดว่าเป็นเพชรที่มีคุณภาพเยี่ยมเลยค่ะ ใช้กล้องที่มีกำลังขยายน้อยกว่า 10 เท่า: มองไม่เห็น ใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า: ผู้ชำนาญการอาจต้องใช้เวลาค้นหากว่าครึ่งนาที
|
| VS1, VS2 | Very Slightly Included: เพชรที่มีความสะอาดดี ไม่สามารถมองเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องขยายช่วยจึงจะเห็นตำหนิได้
ใช้กล้องที่มีกำลังขยายน้อยกว่า 10 เท่า: มองไม่เห็น
ใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า: ผู้ชำนาญการอาจต้องใช้เวลาค้นหา 5-10 วินาที
จัดว่าเป็นเพชรที่มีคุณภาพดีค่ะ ราคาจะถูกกว่า เพชรคุณภาพนี้ ถือว่าเป็นเพชรเกรดที่คุ้มค่าที่สุด พราะตำหนิมีขนาดเล็กมาก ไม่มีผลต่อความสวยงามใดๆของเพชร และราคาย่อมเยากว่า Grade VVS พอดูเลยค่ะ
|
| SI1, SI2 | Slightly Included: มองเห็นตำหนิได้ง่ายจากกล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่า หรือแม้แต่ตาเปล่า(ของผู้เชี่ยวชาญ) เพชรคุณภาพ SI ถ้าเลือกดีๆ และเลือกเป็น ก็อาจได้เพชรคุณภาพดี ราคาถูกก็ได้ค่ะ |
| I1, I2, I3 | Included: เพชรมีตำหนิขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพชรคุณภาพนี้บางเม็ดที่มีตำหนิ หรือรอยแตก ร้าว ขนาดใหญ่ อาจมีผลต่อความแข็งแรง ทนทานของเพชรโดยรวม แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงค่ะ |
เคล็ดลับและคำแนะนำในการเลือก Clarity
- แนะนำให้เลือกเพชรเกรด VS1-2 (Very Slightly Included) เพราะตำหนิยังมีขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่ขัดขวางการเดินทางของแสง และไม่มีผลใดๆต่อความสวยงามของเพชร ถ้าเรานำเพชรมาสองเม็ด JIF กับ JVS2 มาวางข้างๆกัน เราจะไม่สามารถบอกได้เลยว่าเม็ดไหนเป็น IF เม็ดไหนเป็น VS2 เพราะตำหนิมีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า อันนี้ถือเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ บางคนที่มีงบประมาณเพียงพออาจเลือก IF-VVS ก็ได้
- สำหรับท่านใดที่มีงบประมาณเพียงพอ หรือเหลือเฟืออาจเลือก IF-VVS ก็ได้
- ถ้าท่านไหนมีงบจำกัด และสนใจที่จะเลือก grade SI แนะนำให้ปรึกษา หรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านอัญมณี ซึ่งเค้าจะได้ช่วยตรวจสอบคุณภาพเพชร grade นี้ให้ได้ เพื่อที่ว่าคุณจะได้เพชรที่มีตำหนิน้อยที่สุด หรือมองไม่เห็นตำหนิด้วยตาเปล่า
CARAT WEIGHT
Carat (กะรัต ขนาดเพชร) เป็นตัวกำหนดน้ำหนักของเพชร แต่เพชรขนาดใหญ่กว่าไม่ได้หมายความว่าจะมี Carat ที่มากกว่านะคะ ลองเทียบได้กับน้ำหนักคนคนที่หนักกว่าก็ไม่ได้แปลว่าสูงกว่าค่ะ 1 กะรัต เท่ากับ 200 มิลลิกรัม หรือ 5 กะรัต เท่ากับ 1 กรัม 1 กะรัต ยังเท่ากับ 100 points หรือที่ ภาษาไทยเรียกว่า ตังค์ ยกตัวอย่างเช่น เพชรขนาด 0.35 กะรัต คือ 35 point หรือ 35 ตังค์ เพชรขนาดยิ่งใหญ่ จะยิ่งหายาก และยิ่งมีมูลค่าสูง โดยปกติแล้ว เพชรขนาดใหญ่ขึ้น สองเท่า ราคาต่อกะรัต จะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า
เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนระหว่างขนาด กับกะรัต การพิจารณากะรัตว่าจะมากหรือน้อยใช้เงื่อนไข 2 ข้อ คือ
- ความยาวตัดขวาง หรือเส้นผ่านศูนย์กลางบนยอดสุดของเพชร วัดเป็นมิลลิเมตร(millimeters) ใช่เงื่อนไขนี้เนื่องจากเมื่อเวลาที่เราเลือกแหวนเพชรเราจะดูจากส่วนบนของเพชรที่ชูขึ้นมา
- Grade ของการเจียระไน (Diamonds cut grade) เนื่องจากเพชรที่มีการเจียระไน ได้อย่างสวยงามทำมุมเหมาะสม จะทำให้แสงสะท้อนกลับมาที่ยอดบนกึ่งกลางของตัวเพชรซึ่งจะช่วยทำให้เพชรดูมีขนาดใหญ่ขึ้น ในขณะที่เพชรที่ได้รับการเจียระไนไม่เหมาะสม หรือไม่มีคุณภาพ การสะท้อนแสงที่เกิดขึ้นบนตัวเพชรจะทำให้เพชรดูมีขนาดเล็กกว่ากะรัตที่ควรจะเป็น
จากเงื่อนไขข้างต้น ที่นี้เราพอจะมองเห็นแล้วว่า ถ้าเราเลือกเพชรที่มี carat ต่ำกว่า แต่ cut ดีกว่า เพชรที่ได้จะดูขนาดใหญ่กว่าเพชรที่มี carat สูงกว่าแต่ cut เกรดต่ำกว่าค่ะ
Picture Credit: guide.diamondpriceguru.com
เคล็ดลับและคำแนะนำในการเลือก Carat ที่เหมาะสม
- การเลือกขนาด แหวนเพชรแต่งงาน หรือแหวนหมั้น นอกจากงบประมาณแล้ว อย่าลืมคำนึงถึง ขนาดของนิ้วว่าที่เจ้าสาวด้วยนะคะ
- ถ้าคุณอยากได้เพชรเม็ดใหญ่ แต่ว่ามีงบประมาณจำกัด ขอแนะนำให้ลองดูเพชร CUT ดีๆ ระดับ Good cut มี CLARITY ระดับ grade VS หรือ SI และ COLOR ประมาณ I หรือ J ค่ะ หรืออาจเลือกเป็นเพชรแฟนซีน้ำสูงหน่อย ก็ได้ เพราะเพชรแฟนซี ราคาต่ำกว่าเพชรกลมพอสมควร
- เนื่องจากราคาเพชรจะก้าวกระโดด ในช่วงเต็ม carat หรือ ครึ่ง carat จึงขอแนะนำให้พยายามเลือก หรือหาเพชรที่มีขนาด Premium คือ เกือบๆจะข้ามไปอีกช่่วงราคา เช่น เพชรขนาด 0.30-0.39 (30-39 ตังค์) ให้เลือกเพชรขนาด 0.37-0.39 เพราะเพชรขนาดเกือบๆจะ 40 ตังค์แล้ว แต่ราคาต่อกะรัตยังอยู่ในเกณฑ์ 30 ตังค์ หรืออย่างเพชรขนาด 0.50-0.69 พยายามเลือกเพชรขนาด 60 ตังค์ขึ้นไป เพราะขนาดใกล้ๆ 70 ตังค์แล้ว แต่ราคาต่อกะรัตยังเป็นราคาเพชรครึ่งกะรัต
|